ให้เรตสมาชิก: 0 / 5

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

       การปกครองท้องถิ่นไทย  ( Local Government )   ถือเป็นรูปแบบการปกครองที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในสภาพสังคมปัจจุบัน ทั้งนี้ ด้วยข้อเท็จจริงที่สำคัญประการ หนึ่งที่ว่าพื้นที่ต่าง ๆ ของแต่ละประเทศจะมีความแตกต่างหลากหลายกันออกไป อาทิเช่น สภาพทางเศรษฐกิจ สภาพทางสังคม  หรือแม้แต่สภาพทางการเมืองเอง ซึ่งเมื่อแต่ละพื้นที่ของประเทศมีความหลากหลายดังกล่าวข้างต้นรัฐบาลกลาง ย่อมไม่สามารถที่จะตอบสนองต่อความต้องการเหล่านั้นได้อย่างเหมาะสมสอดคล้อง

      ดังนั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นการจัดการปกครองที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เลือกตัวแทนของท้องถิ่น เองมาเป็นผู้กำหนดนโยบาย   และแนวทางในการบริหารงานนั้น จึงได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อให้ทำหน้าที่ในการเป็นตัวแทนผลประโยชน์ของท้อง ถิ่นกับทั้งจัดบริการสาธารณะต่าง ๆ แก่ประชาชน จากบทบาทหน้าที่ของการปกครองท้องถิ่นที่กล่าวมาข้างต้น จึงเห็นได้ว่าในการที่จะทำให้ท้องถิ่นสามารถให้บริการสาธารณะที่มีความสอด คล้องต่อความต้องการของคนในท้องถิ่นตลอดจนทำหน้าที่เป็นตัวแทนผลประโยชน์ของ ท้องถิ่น ท้องถิ่นจำเป็นจะต้องมีอำนาจและความเป็นอิสระ ( Autonomy ) จากรัฐบาลกลางในหลาย ๆ ทางและนั่นจึงทำให้หลักการที่สำคัญที่ถูกนำมาใช้ในการจัดการปกครองท้องถิ่นก็คือ   หลักการกระจายอำนาจ
( Decentralization ) นั่นเอง การ กระจายอำนาจการปกครองสู่ท้องถิ่น เป็นความพยายามที่จะทำให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเป็นรากฐานการ ปกครองของประเทศมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติเกี่ยวกับการปกครองส่วนท้องถิ่นตลอดจนประกาศคณะปฏิวัติฉบับต่าง ๆ

      โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับองค์การบริหารส่วนตำบลซึ่งถือได้ว่าเป็น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุดจนกระทั่ง พ.ศ. 2537 มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537ซึ่ง ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 111 ตอนที่ 53 ก  เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม  พ.ศ.  2537   โดยมีเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว  ดังนี้ โดยที่สภาตำบลซึ่งจัดตั้งขึ้นตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 326  ลงวันที่   13 ธันวาคม พ.ศ. 2515 ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ทำให้การบริหารงานไม่สามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ   ขาดความคล่องตัวในการบริหารงาน   สมควรปรับปรุงฐานะของสภาตำบลและการบริหารงานของสภาตำบลเสียใหม่  ให้สามารถรองรับการกระจายอำนาจไปสู่ประชาชนได้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งให้มีการยกฐานะสภาตำบล

       ซึ่งมีรายได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งเป็นราชการส่วนท้องถิ่น ? ทำให้สภาตำบลทุกแห่งมีฐานะเป็นนิติบุคคล    และสภาตำบลที่มีรายได้ไม่รวมเงินอุดหนุนในปีงบประมาณที่ล่วงมาแล้ว  3  ปีติดต่อกัน  เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าปีละ   150,000  บาท ได้รับการยกฐานะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล